LinkedIn เปิดตัว "Collaborative Prompt Engineering Playground"
LinkedIn เปิดตัวนวัตกรรม Collaborative Prompt Engineering Playground ระบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี LLMs, LangChain และ Jupyter Notebooks ช่วยลดเวลาวิเคราะห์ข้อมูลจาก 2 ชั่วโมงเหลือ 5 นาที

Key takeaway
- LinkedIn เปิดตัวระบบ "Collaborative Prompt Engineering Playground" ที่ผสมผสานเทคโนโลยี LLMs, LangChain และ Jupyter Notebooks เข้าด้วยกัน ทำงานบนแพลตฟอร์ม Azure ของ OpenAI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน
- ระบบใหม่นี้สามารถลดเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทจาก 2 ชั่วโมงเหลือเพียง 5 นาที ผ่านฟีเจอร์ AccountIQ และช่วยให้ Product Manager สามารถทดลองแนวคิดต่างๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งทีมวิศวกร
- แม้ว่าระบบนี้จะไม่เปิดให้ใช้งานแบบ open source เนื่องจากเชื่อมต่อกับระบบภายในองค์กรของ LinkedIn แต่องค์กรอื่นๆ สามารถนำแนวคิดและเทคโนโลยีพื้นฐานไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบของตนเองได้
LinkedIn แพลตฟอร์มเครือข่ายมืออาชีพระดับโลกที่มีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านบัญชี ได้เปิดตัวระบบ "Collaborative Prompt Engineering Playground" เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ใช้ทั้งที่มีและไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค
ระบบใหม่นี้ผสมผสานเทคโนโลยีหลายส่วนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น LLMs (Large Language Models), LangChain และ Jupyter Notebooks โดยทำงานบน Azure Platform ของ OpenAI พร้อมระบบประเมินผลแบบหลายชั้น ที่สำคัญคือสามารถลดระยะเวลาการวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทจาก 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 5 นาทีผ่านฟีเจอร์ AccountIQ
ระบบประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- Jupyter Notebooks สำหรับ interface layer
- LangChain จัดการ prompt orchestration
- Trino สำหรับ data lake queries
- ระบบ Container-based deployment
- Custom UI elements สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
คุณ Ajay Prakash วิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสของ LinkedIn เผยว่า นวัตกรรมนี้ช่วยลดปัญหาคอขวดในการพัฒนา โดย Product Manager สามารถทดลองแนวคิดต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องรอทีมวิศวกร
แม้ว่า LinkedIn จะไม่เปิดให้ใช้งานระบบนี้แบบ open source เนื่องจากเชื่อมต่อกับระบบภายในองค์กร แต่หน่วยงานอื่นๆ สามารถนำแนวคิดและเทคโนโลยีพื้นฐานไปประยุกต์ใช้ได้
#GenerativeAI #PromptEngineering #LinkedIn #TechNews #AI #LLM #SoftwareDevelopment
Why it matters
💡 ข่าวนี้น่าสนใจเพราะเป็นการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่จาก LinkedIn ที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานร่วมกันในด้าน Prompt Engineering สำหรับ Generative AI โดยระบบนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและผู้ใช้ทั่วไป พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างก้าวกระโดด เช่น ลดเวลาวิเคราะห์ข้อมูลจาก 2 ชั่วโมงเหลือเพียง 5 นาที ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม